ทางการเคนยาจับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 9 คน ในจำนวนนี้ 6 คนขึ้นศาลแล้ว ฐานอาจเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายที่โรงแรม “ดุสิตดีทู” ใจกลางกรุงไนโรบี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าพลเมือง 5 คนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง ปรากฏตัวพร้อมกันต่อศาลแขวงกรุงไนโรบี เมื่อวันศุกร์ เพื่อรับทราบการตกเป็นผู้ต้องสงสัยฐานเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายที่โรมแรมดุสิตดีทู ในเครือกลุ่มธุรกิจดุสิตธานีของไทย เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งกลุ่มอัล-ชาบับที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มอัล-กออิดะห์ รับสมอ้างอยู่เบื้องหลัง โดยหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือนายกูไลด์ อับดีฮาคิม ซึ่งเป็นพลเมืองแคนาดาเชื้อสายเคนยา

ทั้งนี้ ศาลปฏิเสธคำร้องการประกันตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คน และสั่งให้มีการคุมขังผู้ต้องสงสัยทั้งหมดต่ออีก 30 วัน ขณะเดียวกันยังมีผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่ง ชื่อนายฮุสเซ็น โมฮัมเหม็ด ถูกจับกุมได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่เขตแมนเดรา ทางตอนเหนือของประเทศ ใกล้กับชายแดนโซมาเลียและขึ้นศาลในท้องที่ดังกล่าว และยังมีผู้ถูกจับกุมในท้องที่อื่นด้วยอีก 3 คน แต่ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม
  
สำหรับเหตุก่อการร้ายที่โรงแรมดุสิตดีทู ในเขตใจกลางกรุงไนโรบีนั้น ยืดเยื้อข้ามวันระหว่างวันอังคารถึงวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 30 คน ส่วนคนร้ายทั้ง 5 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หนึ่งในนั้นเป็นระเบิดฆ่าตัวตาย ซึ่งจุดชนวนที่ล็อบบี้ของโรงแรมเพื่อเปิดทางให้สมาชิกอีก 4 คนบุกเข้าไปกราดยิงผู้ที่อยู่ภายในอาคาร

แม้กลุ่มอัล-ชาบับซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในโซมาเลีย อ้างเหตุผลของการก่อเหตุว่าเพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐประกาศรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเลมให้แก่อิสราเอลฝ่ายเดียว เมื่อเดือนธ.ค. 2560 แต่พนักงานสอบสวนกำลังให้ความสนใจกับอีกประเด็นหนึ่ง นั่นคือการตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในโรงแรมเป็นชาวโซมาเลียทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการเกณฑ์สมาชิกจากต่างประเทศ หรือการปลุกระดมแนวคิดแก่ชาวเคนยาผ่านสื่อออนไลน์จะถือเป็นเรื่องน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง โดยแหล่งข่าวฝ่ายตำรวจเผยว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยหญิงมีหน้าที่จัดหาอาวุธให้แก่กลุ่มคนร้าย ด้วยการสั่งให้ส่งทางเรือมาจากโซมาเลีย